การประดิษฐ์จากไม้ไอติมสามารถนำไม้ไอติมที่เอากินเหลือไว้มาใช้ประโยชน์ได้เช่นทำกรอปรูป ที่เก็บของ โคมไฟ หรือจะทำให้เป็นรูปร่างไว้ตั้งโชว์สวยงามเช่น บ้าน สัตว์ เป็นต้น

แต่วันนี้ฉันจะมานำเสนอไอเดียการประดิษฐ์จากไม้ไอติมเป็นรูปดาวนำไปใส่ของเช่นปากกา ดินสอ เครื่องเขียน หรือต้นไม้ และสามารถนำไปตั้งวางตกแต่งบ้านได้
 
วัสดุอุปกรณ์
1.ไม้ไอติม
2.กาว
3.คัตเตอร์
4.กระป๋องน้ำผลไม้พลาสติก
5.กระดาษทราย

วิธีทำ
1. ใช้ไม้ไอติม 3 อัน ต่อเป็นกรอบสามเหลี่ยม ทั้งหมด 4 ชุด ทากาวทิ้งไว้ให้แห้ง 
2. นำกรอบสามเหลี่ยมที่ทำไว้ มาวางกลับหัวซ้อนกันเป็นรูปดาว 6 แฉก
3.นำกรอบดาว 6 แฉกทั้ง 2 ชุดมาประกอบเป็นที่ใส่ดินสอโดยใช้กระป๋องน้ำผลไม้
  เป็นอุปกรณ์ช่วยประคอง
4.ทากาวติดไม้ไอติมยึดแต่ละด้านให้ได้ระดับเท่ากัน เมื่อกาวแห้งแล้วจึง
    วางเรียงต่อให้ครบทุกด้าน
5.จัดระยะให้ตรง และทากาวเสริมด้านใน จากนั้นทิ้งไว้ให้กาวแห้ง
6.ใช้ไม้ไอติมทากาวเรียงปิดด้านล่างของก้นกล่องทั้งหมด
7.ใช้กระดาษทรายขัดแต่งพื้นด้านล่างใต้กล่องให้เรียบสนิท
    (รวมทั้งปลายมนด้วย)
 
กล่องนี้นอกจากใช้เสียบปากกาดินสอแล้ว ถ้าต้องการทำเป็นครอบแจกันปลูกต้นไม้น้ำ
ก็เอากระป๋องน้ำผลไม้มาเสียบลงไป ใส่น้ำปลูกพลุด่าง หรือจะใช้เป็นแจกันปักดอกไม้ไว้
บนโต๊ะทำงานก็ได้ ... ไม่เหมือนใคร
ความประทับใจในการทำงานนี้
ฉันได้เคยทำตอนอยู่ประถม เป็นวิชาชมรม มันก็ไม่ยากน้ะและได้ใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์
และนำสิ่งของเหลือใช้มาใช้ประโยชน์ได้ ยังได้ความเพลิดเพลินในการทำอีกด้วย
ที่มา:http://www.jairsa.com/
นางสาวภัทราภรณ์ สุขนิรันดร์กุล ม.4/4 เลขที่ 4

หนังสือที่น่าสนใจ

posted on 07 Feb 2012 21:42 by pearps
ลิฟต์มหัศจรรย์ Charlie and the great the glass elevator

58860

      วันนี้มีหนังสือเรื่องลิฟต์มหัศจรรย์มาแนะนำให้เพื่อนๆอ่าน หนังสือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสนุกสนานตื่นเต้นและยังเต็มไปด้วยจินตนาการอันน่าค้นหา หนังสือเรื่องนี้มีผู้แต่งว่า ดาห์ล, โรอัลด และนำมาถูกแปลโดย คุณบัญชา วงศ์รัตนานุกูล ลิฟต์มหัสจรรย์นี้เป็นเรื่องที่ต่อจากชาร์ลีกับโรงงานช๊อกโกแลตเมื่อชาร์ลีได้ครอบครองโรงงานช็อคโกแล็ตอย่างไม่คาดฝัน ชาร์ลีและปู่โจ ออกไปรับพ่อแม่ ตายาย และย่าจากบ้านไปยังโรงงานช็อคโกแล็ตด้วยวิธีแสนพิสดาร เรื่องราวของชาร์ลีตอนที่สองนี้ จะพาผู้อ่านไปร่วมผจญภัยด้วยลิฟต์มหัศจรรย์ของนายวิลลี่ วองก้า แต่การณ์มักไม่เป็นไปตามคาดเสมอ  เมื่อนายวองก้าเริ่มไม่พอใจ และลิฟต์มหัศจรรย์พุ่งปรู๊ดสูงขึ้นเรื่อยๆ สูงขึ้นไป สูงขึ้นไปบนฟากฟ้าราวกับจะไม่มีทางหยุดยั้งได้ ลิฟต์มหัศจรรย์ซึ่งมีครอบครัวชาร์ลีและนายวองก้าอยู่ในนั้นพุ่งสูงเกินไป เสียแล้ว เมื่อทะยานถึงระดับหนึ่ง ลิฟต์ก็ลอยอย่างไร้น้ำหนักในท้องฟ้า มันขึ้นสู่อวกาศและลอยเคว้งตามวงโคจรของโลก ชาร์ลีได้พบโรงแรมและยานอวกาศล้ำยุค พร้อมด้วยภยันตรายและความน่าสะพรึงกลัวที่กำลังรอวีรบุรุษคนสำคัญอยู่

          และถ้าเพื่อนๆมีเวลาว่างหรืออยากหาหนังสืออ่านก็สามารถซื้อหนังสือมาอ่านและสนุกไปกับชาร์ลีได้อยากรู้ว่าชาร์ลีจะพบอะไรในการผจญภัยในครั้งนี้และจะได้รับสาระความรู้และความสนุกสนานกันหนังสือเล่มนี้ได้มากแค่ไหนก็อย่าลืมไปหามาอ่านกันน้ะค่ะ!

ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน

ส่วนอีกเรื่องที่อยากแนะนำคือเรื่อง "ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน" เป็นนิยายเกี่ยวกับการผจญภัยของอัศวินดอนกิโฆเต้ มีอัศวินสำรองนาม ซานโช่ ปันซ่า ชาวนาพุงพลุ้ยผู้ยอมติดตามไปด้วย เพราะเชื่อคำสัญญาของดอนกิโฆเต้ที่จะให้เป็นเจ้าปกครองดินแดนมีน้ำล้อมรอบ (อัศวินของเราบอกว่าการได้ครอบครองดินแดนนั้น “ง่ายดายราวปัดฝุ่นออกจากร่าง”)ซานโช่เป็นตัวละครมีเสน่ห์มาก อ่านแล้วหลงรักเขาเต็มหัวใจ ซานโช่เป็นคนตรงไปตรงมา หนังสือบรรยายว่าเขา “ซื่อเซ่อ” แต่อ่านไปแล้วจะเห็นว่าคารมคมคายเขาไม่เบา ซานโช่ช่างประชดแดกดัน เขาเป็นสีสันสำคัญของเรื่องที่นำอารมณ์ขันมาให้ ยามซานโช่ปรากฏตัว หน้ากระดาษดูจะสดใสขึ้นมา 

แท้จริงแล้วหนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเพื่อล้อเลียนนิยายอัศวินยุโรปซึ่งเป็นที่นิยมมในสมัยนั้น โดยตัวผู้แต่งเอง ก็ได้สร้างเรื่องเกี่ยวกับอัศวินอีกหลายเรื่องเช่นเดียวกัน ตัวละครเอกของเรื่องคือขุนนางบ้านนอกยศต่ำที่แก่ชราคนหนึ่ง ผอมแห้งแรงน้อย ภาพลักษณ์ต่างจากพระเอกในนิยายอัศวินต่างๆ ซึ่งตัวเขาคลั่งไคล้ในนิยายอัศวินมากเสียจน ตัวเองอยากเป็นเช่นนั้นบ้าง จึงลุกขึ้นมาพยายามทำตัวเป็นอัศวินดั่งในนิยาย และยังมีข้อความ "ในชั่วชีวิตหนึ่ง หากแม้นสวรรค์ทรงอนุญาตให้อ่านหนังสือได้เพียงเล่มเดียว จงเลือกหนังสือเล่มนี้เิถิด ชีวิตจักไม่ตายเปล่าแน่แท้" ที่ถูกเขียนไว้ที่ปกหลังของวรรณกรรมเอกของสเปนและของโลก คงสะดุดตา และท้าทายนักอ่านหลายคนให้อยากลองอ่านกับหนังสือเล่มนี้

อยากชวนให้อ่านหนังสือเล่มนี้ หากยังไม่มีใครเคยบอกคุณ โปรดรู้ว่า ดอนกิโฆเต้ อ่านสนุก เป็นเรื่องตลกมาก ๆ อ่านแล้วมีความสุขเบิกบานแจ่มใส คลายเครียดได้และยังได้ผจญภัยไปกับอัศวินอีกด้วย ถ้าว่างว่างก็อยากให้ไปหาซื้อมาอ่านกันเยอะเยอะน้ะค่ะ!

ที่มา:http://stang.sc.mahidol.ac.th/fictionbooks/?p=3965

นางสาวภัทราภรณ์ สุขนิรันดร์กุล ม.4/4 เลขที่ 4

สยามนิรมิต

posted on 06 Feb 2012 20:16 by pearps
สยามนิรมิต
 
 
28.01.12  วันที่ไปสยามนิรมิตร
ซึ่งตื่นเต้นมากที่ฉันจะได้ไปสยามนิรมิตกับ รร. และ เพื่อนเพื่อน อีกมากมาย
เป็นวันแรกที่ฉันได้ตื่นเช้า และมาทันรถ 55
พอรถออก น่าจะไม่ถึง 30 นาทีเลย เพราะมันใกล้มาก 55
พอถึงที่ สยามนิรมิต ฉันก็รีบเข้าห้องน้ำทันที ซึ่งในห้องน้ำสะอาดมาก
พอเสร็จก็ไปนัดเจอกันที่ ห้องโถงใหญ่ๆหน้าโรงละคร ซึ่งพวกพี่ๆพนักงานเล่า
ว่า ถึงการแสดงในภาคต่างๆ และความเชื่อต่างๆของไทย ที่มีมาตั้งแต่ช้านานและ
สืบต่อกันมาเป็นรุ่นๆ ซึ่งมีดังนี้

ตอนที่ 1 ล้านนานคร ล้านนามหานครเทวีแลเหล่านางกำนัลจัดเตรียมขบวนแห่อันวิจิตร

 

พร้อมบรรดานางฟ้อน นางรำ พลดาบ ฝีมือกล้า ตามเสด็จองค์มหาราชา เพื่อร่วมในงานบุญตาม ประเพณี

 

ตอนที่ 2 การค้าขายทางด้านภาคใต้ ย้อนหลังไปสู่อาณาจักรศรีวิชัย จนล่วงมาอาณาจักรนครศรีธรรมราช ความรุ่งเรืองในยุคนั้น ได้เชื้อเชิญให้มหามิตรจาก แดนไกล เดินทางมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า ชมมหรสพและ การละเล่นของวัฒนธรรมชาวใต้ ที่ผสมผสานกันอย่าง กลมกลืน ทั้งไทยพุทธและมุสลิม

ตอนที่ 3 อีสาน ตำนานประสาทหิน บรรดาหนุ่มสาวชาวอีสานร้องรำทำเพลง เฉลิมฉลองกันอย่าง สนุกสนาน ในงานทำบุญผ้าพระเวสต่อหน้าพระธาตุพนม ตื่นตา ประสาทหินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และร่วมค้าหาความเร้นลับของนางอัปสราที่ถูกบรรจงปั้นไว้อย่างงดงาม

ตอนที่ 4 กรุงศรีฯ ราชธานีที่รุ่งโรจน์ ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกว่าสามร้อยปีสู่ กรุงศรีอยุธยาราชธานีที่รุ่งโรจน์และเกรียงไกร ได้เจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ประกาศถึงความมั่งคั่ง มั่นคง ดำรงไว้ซึ่งแสนยานุภาพ

องก์ที่ 2 ท่องไปในไตรภพ สู่ดินแดนแห่งจินตนาการ : นรก หิมพานต์ สวรรค์

ท่องสู่จินตนาการตามคติความเชื่อของชาวสยาม ตื่นตะลึงไปกับ ดินแดนในไตรภพ ร่วมดำดิ่งสู่ นรกภูมิ เผชิญหน้ากับยมราช และเหล่าภูตผีปีศาจที่ตื่นตะลึงไปกับป่าหิมพานต์ อันเร้นลับ สวยงาม สุดมหัศจรรย์ล่องลอยสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดินแดน แห่งเทพยดา และนางฟ้าทั้งหลาย ซึ่งมีอินทราเป็นเทพยดาสูงสุด

หลังจากนั้นพอพวกพี่ๆ เล่า บรรยายเสร็จ เราก็ไปกันต่อที่ ซุ่มช้าง ซึ่งพี่ๆ นำช้างที่ชื่อว่า ดอกแก้ว

ซึ่งเป็นช้างเพศเมีย น่ารักมากกกก แต่ก็ไม่กล้าให้อาหาร เพราะ มันดูน่ากลัวเกินไป 55

หลังจากนั้น เราก็ไปกันที่ บ้านโบราณ ภาคต่างๆ ซึ่ง ที่นั้นบรรยากาศดีมาก

และได้ รู้การดำรงชีวิตของคนในสมัยก่อน ของแต่ละภาค

และ การใส่ เสื้อผ้า ของภาคต่าง ๆ ซึ่งมีที่มาไม่เหมือนกัน

หลังจากนั้น อ. ก็เรียกให้ไปรวมกันที่ซุ่มช้าง 

แล้วหลังจากนั้นเราก็ไปรับประทานอาหาร อาหารถูกปากมาก กินที 2 - 3 กล่อง 

จากนั้น ก็เรียกนัดอีกที เพื่อรวมตัวกันชมละคร ซึ่ง มีความ สนุก เพลิดเพลิน สง่างาม อลังการ

พอดูเสร็จ เราก็นั่ง รถบัส กลับ รร. ซึ่ง สนุกมาก ทำให้ฉันประทับใจในที่นี้มากกกกก !!!!!!!

ขอบคุนที่เข้ามาอ่านค่ะ  :)